เป็นกะปิทำจากเคยตาดำ รสชาติอร่อย หอม มัน ขั้นตอนการผลิตนั้นเริ่มจากการดักเคยจากทะเล นำมาหมักเกลือ จากนั้นนำมาตากจนแห้งและนวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน  ผลิตกันมากที่บ้านคลองช่อง ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ชาวบ้านรวมตัวกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลิตกะปิคลองโคน  หากมาซื้อที่หมู่บ้านจะได้กะปิของแท้ราคาย่อมเยา  นอกจากนี้ที่หมู่บ้านคลองช่องยังมีโฮมสเตย์และจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์สำหรับ นักท่องเที่ยวด้วย สอบถามรายละเอียด โทร. 0 3473 1299

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.

ขอบคุณภาพประกอบจาก : thaimisc.com

 

 

               อาสนวิหารแม่พระบังเกิด เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส ฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยภาพกระจกสีสวยงดงาม มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆและรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา  

 

                โบสถ์นี้เป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2433 (ค.ศ. 1890) โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ได้รับทุนสนับสนุนจากญาติพี่น้องของท่านในประเทศฝรั่งเศส

 

               คณะมิซซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส กรุงโรมและผู้ใจบุญในกรุงเทพฯ ใช้เวลาสร้างถึง 6 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896)  นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำ ปัจจุบันอาสนวิหารแม่พระบังเกิดนี้ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก

 

               การเข้าชมควรติดต่อขออนุญาตจากบาทหลวงผู้รับผิดชอบก่อนล่วงหน้า เพื่อติดต่อวิทยากรบรรยาย โทร. 0 34761347

 

               การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร. 2) เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร อาสนวิหารแม่พระบังเกิดอยู่เลยแยกสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์ไปประมาณ 100 เมตร

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก :ททท.

 

 

               สร้างโดย  พระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ (อดีตเจ้าอาวาส) เมื่อ พ.ศ. 2535  เป็นวัดที่มีพระอุโบสถทำด้วยไม้สักทองและผนังฝังมุกทั้งด้านในและด้านนอก มีการแกะสลักเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและรามเกียรติ์  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวัดนี้  ภายในประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อพุทธโสธร  เป็นที่สักการะของชาวสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง

 

สถานที่ตั้ง :   หมู่ที่ 5 ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ประมาณกิโลเมตรที่ 64 ไปเส้นทางเดียวกับไปดอนหอยหลอด เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร วัดนี้จะอยู่ทางขวามือก่อนถึงดอนหอยหลอด  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3471 1305

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : ททท.

 

 

               แฝดสยามอิน-จัน เป็นฝาแฝดที่มีร่างกายท่อนบนติดกัน เกิดที่จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2354  (ค.ศ. 1811 )  เรื่องราวของแฝดสยามอิน-จัน ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปทั่วโลกในชื่อ “Siamese Twin”  เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2371-2372 (ค.ศ. 1828-1829) กัปตันคอฟฟินและฮันเตอร์ได้เดินทางมาติดต่อการค้าที่แม่กลอง  และได้พบกับฝาแฝดคู่นี้จึงขอนำกลับไปที่ประเทศอเมริกาและอังกฤษ  เพื่อเปิดการแสดงในที่ต่างๆ   แฝดสยามอิน-จัน สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติยาวนานจนถึงอายุ 63 ปี

               ปัจจุบันอนุสรณ์สถานฝาแฝดสยามอิน-จัน  ตั้งอยู่ตำบลลาดใหญ่ ริมถนนเอกชัย (ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 4 กม.)ภายในบริเวณเป็นลานกว้างประดับด้วยต้นไม้ดอกไม้ อนุสรณ์แฝดสยามอิน-จัน  ตั้งอยู่กลางลาน  ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอาคารโถงจัดแสดงชีวประวัติของแฝดสยามอิน-จัน

               และในอาคารโถงเดียวกันนอกจากชีวประวัติแฝดสยามแล้ว ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็น พิพิธภัณฑ์เรือ รวบรวมเรือพื้นบ้านหลายชนิดมาจัดแสดงไว้เพื่อให้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแม่กลอง

               พิพิธภัณฑ์เรือเปิดตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.  เสาร์-อาทิตย์ 08.00-12.00 น . ค่าเข้าชม 15 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 3471 1333

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Tourrist

 

 

               มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพรบรมราชูปถัมภ์  ได้มีการจัดสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์  ขึ้นเพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ที่ได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ  ซึ่งองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)  ได้ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก   

               พระราชสมุทรเมธี  เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยารามเป็นผู้น้อมเกล้าฯถวายพื้นที่บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้  จำนวนพื้นที่ประมาณ 11 ไร่  ซึ่งพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีความสำคัญเพราะเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชการที่ 2)

ภายในบริเวณอุทยานพระบรมราชานุสรณ์  มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่

               พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย หลังแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น

               หอกลาง   ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน 

               ห้องชาย   จัดแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา รวมทั้งแท่นพระบรรทมซึ่งเชื่อว่าเป็นของ  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

               ห้องหญิง   แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ โต๊ะเครื่องแป้ง คันฉ่อง ชานเรือน   จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ตกแต่งด้วยกระถางไม้ดัด ไม้ประดับ ห้องครัวและห้องน้ำ จัดแสดงลักษณะครัวไทยมีเครื่องหุงต้ม  ถ้วยชามและห้องน้ำของชนชั้นกลาง 

               นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้งและสวนพฤกษชาติเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดและมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง จำหน่ายพันธุ์ไม้ 

               อุทยาน ร.2 ป็นสถานที่ๆมีความร่มรื่น เหมาะสำหรับเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศแบบไทยที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้     อุทยานฯเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยในวันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 08.30-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.30-17.30 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 5 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.0 3475 1666โทรสาร 0 3475 1376
 

การเดินทาง
  
               รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี-ปากท่อ) ถึงกิโลเมตรที่ 63 เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมือง
จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ 36-37 มีทางแยกซ้ายไปอุทยานฯ เข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร

               รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวก–ราชบุรี ลงหน้าอุทยาน ร.2

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.

ค่ายบางกุ้ง

 

 

               ค่ายบางกุ้งหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ค่ายจีนบางกุ้ง” เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีการสร้างแนวกำแพงจำลองไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์จากการสู้รบ ค่ายแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  สืบเนื่องจากเหตุการณ์หลังเสียกรุงศรีอยุทธยาครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ได้โปรดให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายที่ตำบลบางกุ้ง เรียกว่า ค่ายบางกุ้ง เนื่องจากเมืองแม่กลองเป็นเส้นทางที่กองทัพพม่าใช้ในการเดินทัพ โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่ายเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและ เป็นที่เคารพบูชาของทหาร พระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้คนจีนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรีและกาญจนบุรีรวบรวมผู้คนมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่าย ค่ายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนี่งว่า “ค่ายจีนบางกุ้ง”  พระองค์ทรงให้ชื่อทหารเหล่านี้ว่า “ทหารภักดีอาสา”

 

               ในปี พ.ศ. 2311 พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรี มาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชและพระมหามนตรี (บุญมา) ได้จัดกองทัพเรือ 100 ลำเศษ ร่วมรบขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย นับเป็นค่ายทหารไทยที่สร้างความเกรงขามให้กองทัพพม่า สร้างขวัญกำลังใจให้คนไทยกลับคืนมา และเป็นสงครามครั้งแรกที่ไทยทำกับพม่า 

 

                หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ค่ายบางกุ้งแห่งนี้ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ 200 ปี จนมาถึงปี พ.ศ. 2510 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าตากสินมหาราช และได้สร้างศาลพระเจ้าตากสินไว้เป็นอนุสรณ์ โดยทำพิธียกศาลเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ภายในบริเวณค่ายยังมีโบสถ์ที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ชาวบ้านเรียกว่า “โบสถ์หลวงพ่อดำ” มีลักษณะพิเศษคือ โบสถ์ทั้งหลังปกคลุมด้วยด้วยต้นไม้ถึงสี่ชนิด คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร ต้นกร่าง ชาวบ้านเรียกว่าโบสถ์ปรกโพธิ์และไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ในปัจจุบันค่ายบางกุ้งได้ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลบางกุ้ง  อำเภอบางคนที อยู่ห่างจากจังหวัดสมุทรสงครามประมาณ 10 กิโลเมตร  มีเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่เศษ

 

  ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.

ตลาดหุบร่ม

 

               ตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟแม่กลอง อำเภอเมือง ตลาดหุบร่มหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ตลาดเสี่ยงตาย หรือตลาดริมทางรถไฟ  ตั้งขายอยู่ริมทางรถไฟใกล้สถานีรถไฟแม่กลอง ความยาวของตลาดประมาณ 100 เมตร บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะวางขายสินค้าบนพื้นจนติดกับรางรถไฟ เวลารถไฟมาก็ต่างหุบร่มที่กางและเก็บสินค้าภายในพริบตา จนเป็นที่มาของชื่อตลาดหุบร่มนั่นเอง สินค้าที่วางขายที่ตลาดแห่งนี้จะเป็นพวกผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ อาหารทะเลสด ๆ ขายกันในราคาไม่แพง จึงเป็นตลาดยอดนิยมของชาวบ้านบริเวณนั้นเพราะราคาถูกและคุณภาพดี ตลาดแห่งนี้เปิดขายทุกวันเวลา 6.00-18.00 น.

               เวลารถไฟวิ่งผ่านตลาดหุบร่ม วันละ 8 รอบ (โดยประมาณ) ดังนี้ 06.20, 08.30, 09.00, 11.10, 11.30, 14.30, 15.30 และ 17.40 น.

 

การเดินทาง


               <รถยนต์ วิ่งเข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ข้ามทางรถไฟแล้วจอดรถได้ที่บริเวณตรงข้ามวัดบ้านแหลม
               รถประจำทาง ขึ้นรถสายกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม ลงที่สถานีขนส่ง
               รถไฟ จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ลงที่สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร จากนั้นนั่งเรือข้ามฟาก (ท่าฉลอม) ไปที่สถานีรถไฟบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร  มุ่งตรงสู่สถานีรถไฟแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.

              

 

 

               “ปลาทูแม่กลอง ” เป็นที่รู้จักทั้งประเทศ ในรูปของปลาทูนึ่งในเข่งเล็ก หน้างอ  คอหัก  เนื้อขุ่น  มัน  หอม  และมีรสชาติความอร่อยโดดด่นเป็นที่ยอมรับว่าเป็นสุดยอดปลาทูไทยหนึ่งเดียว  เช่นเดียวกับของดีแม่กลองอื่นๆ อาทิ  ลิ้นจี่  พริก  หมาก  พลู  และปลากัดจากบางช้าง  น้ำตาลมะพร้าว  ชมพู่สาแหรก  ส้มโอขาวใหญ่ ฯลฯ  แม่ค้าขายปลาในทุกตลาดต่างก็ร้องบอกต่อลูกค้าของตนว่า  “  ปลาทูโป๊ะแม่กลอง  “  อันเป็นชื่อยี่ห้อที่การันตีถึงคุณภาพและถิ่นกำเนิด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.

ตลาดน้ำท่าคา

              

 

               ตลาดน้ำท่าคา  ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้านซึ่งมีอาชีพ ทำสวนปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย-แลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ (ทุก ๆ 5 วัน) ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00–11.00 น. นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้านและเรือกสวนผลไม้ใน บริเวณนั้นได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเวลานัดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา โทร. 0 3476 6208, ลุงจรูญ โทร. 0 3476 6123

 

              การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ 32 (เลยทางแยกเข้าวัดเกาะแก้วไปเล็กน้อย) มีทางแยกขวาไปอีก 5 กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางขึ้นรถได้ที่ตลาดตัวเมือง หน้าธนาคารทหารไทย สายท่าคา-วัดเทพประสิทธิ์ ตั้งแต่เวลา 07.00–18.00 น. รถออกทุก 20 นาที

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.

คำขวัญ : เมืองหอยหลอด  ยอดลิ้นจี่  มีอุทยาน ร 2  แม่กลองไหลผ่าน  นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม

รายละเอียด

สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึง เมืองสมุทรสงครามสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน เดิมเข้าใจว่าเป็นแขวงหนึ่งของราชบุรี เรียกว่า“สวนนอก”ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องกับสมัยกรุงธนบุรี จึงแยกจากราชบุรี เรียกว่า “เมืองแม่กลอง ”

สมุทรสงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี พม่าส่งกองทัพผ่านเข้ามาถึงบริเวณตำบลบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมผู้คนสร้างค่ายป้องกันทัพพม่าจนข้าศึกพ่ายแพ้ไป ณ บริเวณค่ายบางกุ้ง นับเป็นการป้องกันการรุกรานของพม่าเข้ามายังไทยครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้น

จังหวัดสมุทรสงครามอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 72 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 416 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดราชบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดเพชรบุรี และอ่าวไทย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสมุทรสาคร
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี

อาณาเขตและการปกครอง :

จังหวัดสมุทรสงครามอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 72 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 416 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที

ทิศเหนือ จดจังหวัดราชบุรี
ทิศใต้ จดจังหวัดเพชรบุรีและอ่าวไทย
ทิศตะวันตก จดจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี
ทิศตะวันออก จดจังหวัดสมุทรสาคร

การเดินทาง :

ทางรถยนต์

ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ผ่านสี่แยกมหาชัย-นาเกลือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 63 จะมีทางแยกต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543

ทางรถไฟ

จากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ มีรถไฟสายวงเวียนใหญ่ - มหาชัย ออกทุกวัน ลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ข้ามเรือจากท่ามหาชัยไปฝั่งท่าฉลอม เพื่อต่อรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านแหลมไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม หรือจะลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม ติดต่อสอบถามตารางรถไฟได้ที่ สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทร. 0 2465 2017, 0 2890 6260 หรือเว็บไซต์ www.railway.co.th

ทางรถโดยสารประจำทาง

บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม โดยมีรถจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.50-21.00 น. โทร. 0 2435 1199, 0 2435 5605 รถปรับอากาศ (ดำเนินทัวร์) โทร. 0 2435 5031 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th

การเดินทางจากอำเภอเมืองสมุทรสงครามไปยังอำเภอต่าง ๆ

อำเภอเมือง - กิโลเมตร
อำเภออัมพวา 6 กิโลเมตร
อำเภอบางคนที 12 กิโลเมตร

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ :

สถานีเดินรถโดยสารประจำทาง โทร. 0 3471 6962
สถานีรถไฟสมุทรสงคราม โทร. 0 3471 1906
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 3471 4881
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรสงคราม โทร. 0 3471 1338, 0 3472 0530-5
สถานีตำรวจภูธรอำเภออัมพวา โทร. 0 3475 1300, 0 3472 5625-7
สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางคนที โทร. 0 3476 1866, 0 3473 0062-4
โรงพยาบาลอัมพวา โทร. 0 3475 1846-7, 0 3475 2560
โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โทร. 0 3472 3044-9
หอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม โทร. 0 3471 3053, 0 3471 8154
ศูนย์บริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โทร. 0 3471 1711, 0 3472 0784
ตำรวจทางหลวง โทร. 1193
ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 1155
อบต.พันท้ายนรสิงห์ โทร.034 478 461
สนง.เทศบาลตำบลอัมพวา โทร.034 751 351 , 034 751 359
อบต.ท่าคา โทร.034 766 208

แผนที่ท่องเที่ยวจัวหวัดสมุทรสงคราม

ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท.