อาสนวิหารแม่พระบังเกิด

 
 
               อาสนวิหารแม่พระบังเกิด เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส ฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยภาพกระจกสีสวยงดงาม มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆและรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา  
 
                โบสถ์นี้เป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2433 (ค.ศ. 1890) โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ได้รับทุนสนับสนุนจากญาติพี่น้องของท่านในประเทศฝรั่งเศส
 
               คณะมิซซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส กรุงโรมและผู้ใจบุญในกรุงเทพฯ ใช้เวลาสร้างถึง 6 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896)  นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำ ปัจจุบันอาสนวิหารแม่พระบังเกิดนี้ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 ตำบลบางนกแขวก
 
               การเข้าชมควรติดต่อขออนุญาตจากบาทหลวงผู้รับผิดชอบก่อนล่วงหน้า เพื่อติดต่อวิทยากรบรรยาย โทร. 0 34761347
 
               การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร. 2) เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร อาสนวิหารแม่พระบังเกิดอยู่เลยแยกสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์ไปประมาณ 100 เมตร
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก :ททท.

วัดศรัทธาธรรมหรือวัดมอญ

 

 
               สร้างโดย  พระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ (อดีตเจ้าอาวาส) เมื่อ พ.ศ. 2535  เป็นวัดที่มีพระอุโบสถทำด้วยไม้สักทองและผนังฝังมุกทั้งด้านในและด้านนอก มีการแกะสลักเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและรามเกียรติ์  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของวัดนี้  ภายในประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อพุทธโสธร  เป็นที่สักการะของชาวสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง
 
สถานที่ตั้ง :   หมู่ที่ 5 ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม 2) ประมาณกิโลเมตรที่ 64 ไปเส้นทางเดียวกับไปดอนหอยหลอด เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร วัดนี้จะอยู่ทางขวามือก่อนถึงดอนหอยหลอด  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3471 1305
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : ททท.

 

 
               แฝดสยามอิน-จัน เป็นฝาแฝดที่มีร่างกายท่อนบนติดกัน เกิดที่จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2354  (ค.ศ. 1811 )  เรื่องราวของแฝดสยามอิน-จัน ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปทั่วโลกในชื่อ “Siamese Twin”  เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2371-2372 (ค.ศ. 1828-1829) กัปตันคอฟฟินและฮันเตอร์ได้เดินทางมาติดต่อการค้าที่แม่กลอง  และได้พบกับฝาแฝดคู่นี้จึงขอนำกลับไปที่ประเทศอเมริกาและอังกฤษ  เพื่อเปิดการแสดงในที่ต่างๆ   แฝดสยามอิน-จัน สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติยาวนานจนถึงอายุ 63 ปี
               ปัจจุบันอนุสรณ์สถานฝาแฝดสยามอิน-จัน  ตั้งอยู่ตำบลลาดใหญ่ ริมถนนเอกชัย (ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 4 กม.)ภายในบริเวณเป็นลานกว้างประดับด้วยต้นไม้ดอกไม้ อนุสรณ์แฝดสยามอิน-จัน  ตั้งอยู่กลางลาน  ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอาคารโถงจัดแสดงชีวประวัติของแฝดสยามอิน-จัน
               และในอาคารโถงเดียวกันนอกจากชีวประวัติแฝดสยามแล้ว ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็น พิพิธภัณฑ์เรือ รวบรวมเรือพื้นบ้านหลายชนิดมาจัดแสดงไว้เพื่อให้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแม่กลอง
               พิพิธภัณฑ์เรือเปิดตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.  เสาร์-อาทิตย์ 08.00-12.00 น . ค่าเข้าชม 15 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 [...]

 
 
               มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพรบรมราชูปถัมภ์  ได้มีการจัดสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์  ขึ้นเพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ที่ได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ  ซึ่งองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)  ได้ยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก   
               พระราชสมุทรเมธี  เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยารามเป็นผู้น้อมเกล้าฯถวายพื้นที่บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้  จำนวนพื้นที่ประมาณ 11 ไร่  ซึ่งพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีความสำคัญเพราะเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชการที่ 2)
ภายในบริเวณอุทยานพระบรมราชานุสรณ์  มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่
               พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย หลังแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น
               หอกลาง   ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 2 และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน 
               ห้องชาย   จัดแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา รวมทั้งแท่นพระบรรทมซึ่งเชื่อว่าเป็นของ  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
               ห้องหญิง   แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ โต๊ะเครื่องแป้ง คันฉ่อง ชานเรือน   จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ตกแต่งด้วยกระถางไม้ดัด ไม้ประดับ ห้องครัวและห้องน้ำ จัดแสดงลักษณะครัวไทยมีเครื่องหุงต้ม  ถ้วยชามและห้องน้ำของชนชั้นกลาง 
               นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้งและสวนพฤกษชาติเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดและมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง จำหน่ายพันธุ์ไม้ 
               อุทยาน ร.2 ป็นสถานที่ๆมีความร่มรื่น เหมาะสำหรับเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศแบบไทยที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้     อุทยานฯเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยในวันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 08.30-17.00 [...]

ค่ายบางกุ้ง

 
 
               ค่ายบางกุ้งหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ค่ายจีนบางกุ้ง” เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีการสร้างแนวกำแพงจำลองไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์จากการสู้รบ ค่ายแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์  สืบเนื่องจากเหตุการณ์หลังเสียกรุงศรีอยุทธยาครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ได้โปรดให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายที่ตำบลบางกุ้ง เรียกว่า ค่ายบางกุ้ง เนื่องจากเมืองแม่กลองเป็นเส้นทางที่กองทัพพม่าใช้ในการเดินทัพ โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่ายเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและ เป็นที่เคารพบูชาของทหาร พระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้คนจีนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรีและกาญจนบุรีรวบรวมผู้คนมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่าย ค่ายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนี่งว่า “ค่ายจีนบางกุ้ง”  พระองค์ทรงให้ชื่อทหารเหล่านี้ว่า “ทหารภักดีอาสา”
 
               ในปี พ.ศ. 2311 พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรี มาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชและพระมหามนตรี (บุญมา) ได้จัดกองทัพเรือ 100 ลำเศษ ร่วมรบขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย นับเป็นค่ายทหารไทยที่สร้างความเกรงขามให้กองทัพพม่า สร้างขวัญกำลังใจให้คนไทยกลับคืนมา และเป็นสงครามครั้งแรกที่ไทยทำกับพม่า 
 
                หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ค่ายบางกุ้งแห่งนี้ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ 200 ปี จนมาถึงปี พ.ศ. 2510 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าตากสินมหาราช และได้สร้างศาลพระเจ้าตากสินไว้เป็นอนุสรณ์ โดยทำพิธียกศาลเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ภายในบริเวณค่ายยังมีโบสถ์ที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ชาวบ้านเรียกว่า “โบสถ์หลวงพ่อดำ” มีลักษณะพิเศษคือ [...]

ตลาดหุบร่ม

 
               ตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟแม่กลอง อำเภอเมือง ตลาดหุบร่มหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ตลาดเสี่ยงตาย หรือตลาดริมทางรถไฟ  ตั้งขายอยู่ริมทางรถไฟใกล้สถานีรถไฟแม่กลอง ความยาวของตลาดประมาณ 100 เมตร บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะวางขายสินค้าบนพื้นจนติดกับรางรถไฟ เวลารถไฟมาก็ต่างหุบร่มที่กางและเก็บสินค้าภายในพริบตา จนเป็นที่มาของชื่อตลาดหุบร่มนั่นเอง สินค้าที่วางขายที่ตลาดแห่งนี้จะเป็นพวกผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ อาหารทะเลสด ๆ ขายกันในราคาไม่แพง จึงเป็นตลาดยอดนิยมของชาวบ้านบริเวณนั้นเพราะราคาถูกและคุณภาพดี ตลาดแห่งนี้เปิดขายทุกวันเวลา 6.00-18.00 น.
               เวลารถไฟวิ่งผ่านตลาดหุบร่ม วันละ 8 รอบ (โดยประมาณ) ดังนี้ 06.20, 08.30, 09.00, 11.10, 11.30, 14.30, 15.30 และ 17.40 น.
 
การเดินทาง

               <รถยนต์ วิ่งเข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ข้ามทางรถไฟแล้วจอดรถได้ที่บริเวณตรงข้ามวัดบ้านแหลม
               รถประจำทาง ขึ้นรถสายกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม ลงที่สถานีขนส่ง
               รถไฟ จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ลงที่สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร จากนั้นนั่งเรือข้ามฟาก (ท่าฉลอม) ไปที่สถานีรถไฟบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร  [...]

ตลาดน้ำท่าคา

              
 
               ตลาดน้ำท่าคา  ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้านซึ่งมีอาชีพ ทำสวนปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย-แลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ (ทุก ๆ 5 วัน) ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00–11.00 น. นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้านและเรือกสวนผลไม้ใน บริเวณนั้นได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเวลานัดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา โทร. 0 3476 6208, ลุงจรูญ โทร. 0 3476 6123
 
              การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ 32 (เลยทางแยกเข้าวัดเกาะแก้วไปเล็กน้อย) มีทางแยกขวาไปอีก 5 กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางขึ้นรถได้ที่ตลาดตัวเมือง [...]